WeOmni

การจัดการเงินสด (Cash Management)

การจัดการเงินสด (Cash Management)

การจัดการเงินสด (Cash Management)

1. เลือกเมนู Cash Management

2. “Cash Management” แสดงให้เห็นการเปิดกะ (เปิดร้าน) และการปิดกะ (ปิดร้าน)

3. “Start Date Time” แสดงให้เห็น วัน-เวลา เริ่มเปิดกะ (เปิดร้าน)

4. “End Date Time” แสดงให้เห็น วัน-เวลา ปิดกะ (ปิดร้าน)

5. “Terminal No.” แสดงให้เห็นจำนวน Terminal ของ POS (เอาไว้ใช้สำหรับกรณีที่ 1 ร้าน มีมากกว่า 1 POS)

6. “Starting Cash” แสดงให้เห็นจำนวนเงินเริ่มต้น เพื่อดูเงินตั้งต้นที่เตรียมไว้ในลิ้นชักตอนก่อนเปิดร้านได้ เช่น เงินทอนที่ทางร้านเตรียมไว้ก่อนร้านเปิดขาย

7. “Actual Cash” แสดงให้เห็นจำนวนเงินเมื่อมีลูกค้าเข้ามาซื้อของเพิ่มแล้ว เป็นจำนวนเงินจริงๆที่ร้านมีอยู่ทั้งหมด

8. “History Session Report” แสดงให้เห็นรายละเอียดทั้งหมดในเมนู Cash Management

การจัดการสินค้า (Product Management)

การจัดการสินค้า (Product Management)

การจัดการสินค้า (Product Management)

การจัดการสินค้าในร้านค้าผ่าน Back Office สามารถทำได้โดยมีหมวดหมู่ย่อย ดังนี้

     • Product Categories หมวดหมู่สินค้า
     • Products สินค้า
     • Product Images รูปภาพสินค้า
     • Set Menu การจัดเมนูที่ประกอบด้วยสินค้ามากกว่าหนึ่งสินค้าในหนึ่งเมนู
     • Set Categories หมวดหมู่ของเซต
     • Shelves ชั้นวางสินค้า
     • Topping Groups กลุ่มของเมนูเสริม
     • Topping เมนูเสริม
     • Ingredient Categories กลุ่มของส่วนประกอบ
     • Ingredients ส่วนประกอบ
     • Units หน่วย

 

หมวดหมู่สินค้า (Product Categories)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Product Categories

2. กด Create Product Categories เพื่อสร้างประเภทของสินค้า

3. กรอกข้อมูลชื่อประเภทของสินค้า , เลือกสถานะเป็น Active และกรอก Ranking เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

สินค้า (Product)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Product

2. กด Create Product เพื่อกรอกข้อมูลของสินค้า

3. กด Product แล้วกรอกข้อมูลของสินค้าให้ครบ
     3.1 กรอกชื่อของสินค้า
     3.2 เลือกประเภทหมวดหมู่ของสินค้า
     3.3 เลือกสถานะเป็น Active
     3.4 กรอก Ranking

4. กดเลือก Inventory แล้วกด Create Inventory เพื่อสร้างส่วนประกอบของสินค้า

5. กรอกข้อมูลส่วนประกอบของสินค้าให้ครบ เสร็จแล้วกดปุ่ม Add Inventory
     5.1 ขนาด คือ ไซส์ของสินค้า ตัวอย่างเช่น เล็ก กลาง ใหญ่ เป็นต้น
     5.2 ราคา คือ ราคาขายของสินค้านั้นๆ
     5.3 Item Code คือ รหัสของสินค้า
     5.4 หน่วย คือ หน่วยของสินค้านั้นๆ ตัวอย่างเช่น จาน ชิ้น แก้ว เป็นต้น
     5.5 Quantity คือ จำนวนของสินค้า

6. กดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

รูปภาพสินค้า (Product Images)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Product Images

2. เลือก Brand , เลือก Outlets และ Upload ไฟล์รูปภาพสินค้า เสร็จแล้วกดปุ่ม Submit เพื่อยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

เซ็ทเมนู (Set Menu)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Set Menu

2. Set Menu : แสดงเซตของเมนูสินค้าที่มีสินค้ามากกว่าหนึ่งชิ้นมาอยู่ในเมนูเดียวกัน

 

หมวดหมู่ของเซ็ท (Set Categories)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Set Categories

2. กดปุ่ม Create Set Categories เพื่อสร้างหมวดหมู่ของเซต

3. ขั้นตอนการสร้างหมวดหมู่ของเซต
     3.1 กรอกชื่อหมวดหมูของเซต
     3.2 เลือกสถานะเป็น Active
     3.3 เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

ชั้นวางสินค้า (Shelves)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Shelves เพื่อจัดเมนูการแสดงสินค้า

2. ตั้งชื่อ Shelf แล้วกดเครื่องหมาย + เพื่อเลือกสินค้ามาใส่ Shelf

3. เลือกสินค้ามาใส่ Shelf เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

4. กดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูลเพื่อบันทึกรายการสินค้า

 

กลุ่มของเมนูเสริม (Topping Groups)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Topping Groups

2. กด Create Topping Group เพื่อสร้างกลุ่มของเมนูเสริม

3. กรอกชื่อกลุ่มของเมนูเสริม เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

เมนูเสริม (Toppings)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Toppings

2. กด Create Topping เพื่อสร้างเมนูเสริม

3. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับเมนูเสริมให้ครบ
     3.1 Item Code คือ รหัสของเมนูเสริม
     3.2 Name คือ ชื่อของเมนูเสริม
     3.3 Short Name คือ ชื่อย่อของเมนูเสริม
     3.4 Topping Group คือ ประเภทหมวดหมู่ของเมนูเสริม
     3.5 Price คือ ราคาของเมนูเสริม
     3.6 Unit คือ หน่วยของเมนูเสริม
     3.7 Quantity คือ ปริมาณของเมนูเสริม
     3.8 Cost คือ ราคาต้นทุนของเมนูเสริม

4. เมื่อกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเมนูเสริมครบแล้ว กดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

กลุ่มของส่วนประกอบ (Ingredient Categories)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Ingredient Categories

2. กด Create Ingredient Category เพื่อสร้างกลุ่มของส่วนประกอบ

3. กรอกข้อมูลกลุ่มของส่วนประกอบให้ครบ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

ส่วนประกอบ (Ingredients)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Ingredients

2. กด Create Ingredient เพื่อสร้างส่วนประกอบ

3. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบให้ครบ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล
     3.1 Name คือ ชื่อของส่วนประกอบ
     3.2 Category คือ ประเภทหมวดหมู่ของส่วนประกอบ
     3.3 Unit คือ หน่วยของส่วนประกอบ
     3.4 Code คือ รหัสของส่วนประกอบ
     3.5 Quantity คือ ปริมาณของส่วนประกอบ
     3.6 Cost คือ ราคาต้นทุนของส่วนประกอบ

 

หน่วย (Units)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Units

2. กด Create Unit เพื่อสร้างหน่วยใหม่

3. กรอกชื่อหน่วยที่ต้องการจะสร้างขึ้นมาใหม่ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

รายการออเดอร์ (Order Transactions)

รายการออเดอร์ (Order Transactions)

รายการออเดอร์ (Order Transactions)

1. เลือกเมนู Order Transactions

2. “Order Transactions” เป็นเมนูที่แสดงให้เห็นรายการออเดอร์ที่เกิดขึ้นในระบบ โดยมีสถานะทั้ง Success (สำเร็จ) และ Fail (ไม่สำเร็จ)

3. “ช่องทางการชำระเงิน” แสดงให้เห็นว่ามีการชำระเงินมาทางช่องทางไหนบ้าง

4. “สถานะการชำระเงิน” แสดงให้เห็นสถานะการชำระเงินว่าสำเร็จหรือไม่ ตัดตามระบบได้หรือไม่

5. “สถานะการสั่งซื้อ” แสดงให้เห็นว่าออเดอร์นี้ Success (สำเร็จ) หรือไม่

6. กดหมายเลขใบสั่งซื้อที่ต้องการดูรายละเอียดออเดอร์ เพื่อดูรายละเอียดของออเดอร์ทั้งหมด

7. Orders Management แสดงรายละเอียดของ ออเดอร์ทั้งหมด

8. ขั้นตอนการ Export Excel รายการออเดอร์ที่ต้องการดู

8.1 เลือกวันที่สั่งซื้อ

8.2 เสร็จแล้วกดปุ่ม Apply

8.3 กดปุ่ม Export Excel เพื่อ Export รายการออเดอร์ที่ต้องการดู

การจัดการร้านค้า (Merchant Management)

การจัดการร้านค้า (Merchant Management)

การจัดการร้านค้า (Merchant Management)

การจัดการร้านค้าคือเมนูสำหรับการสร้างรวมถึงจัดการ Brand จัดการ Outlet จัดการ Terminal รวมถึงจัดการ Payment Channel โดยความหมายของแต่ละเมนู มีดังนี้

     • Brand แบรนด์ คือ บริษัท
     • Outlet เอ้าเล็ต คือ สาขา ในแบรนด์หรือบริษัทนั้นๆ ซื้อสามารถสร้างได้มากกว่า 1 สาขา
     • Terminal เทอร์มินัล คือ เครื่อง POS ที่อยู่ในสาขานั้นๆ
     • Payment Channel คือช่องทางการชำระเงินที่มีในระบบ

การสร้างแบรนด์ (Create Brand)

1. เลือกเมนู Merchant Management แล้วเลือกเมนูย่อย Brand

2. กดปุ่ม Create Brand เพื่อสร้างแบรนด์ใหม่

3. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าให้ครบ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

4. หลังจากสร้างเสร็จแล้ว จะมีข้อความ Success! ปรากฎขึ้นมา แปลว่าระบบจะดำเนินการสร้างแบรนด์โดยอัตโนมัติเรียบร้อยแล้ว

การสร้างสาขา (Create Outlet)

1. เลือกเมนู Merchant Management แล้วเลือกเมนูย่อย Outlet

2. กดปุ่ม Create Outlet เพื่อสร้าง Outlet ใหม่

3. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าให้ครบ

4. กรอกข้อมูลเวลาทำการ

5. กรอกข้อมูลที่อยู่ร้านค้าให้ครบ

6. กรอกข้อมูลบุคคลที่ติดต่อได้ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

การสร้างเทอร์มินัล (Create Terminal)

1. เลือกเมนู Merchant Management แล้วเลือกเมนูย่อย Terminal

2. กดปุ่ม Create Terminal เพื่อสร้าง Terminal

3. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับ Terminal ให้ครบ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

4. Create Terminal สำเร็จ

ช่องทางการชำระเงิน (Payment Channel)

1. เลือกเมนู Merchant Management แล้วเลือกเมนูย่อย Payment Channel

2. กดปุ่ม Create Channel เพื่อสร้างช่องทางการชำระเงิน

3. กรอกข้อมูลช่องทางการชำระเงิน
      3.1 เลือกชื่อ Brand
      3.2 กรอกชื่อช่องทางการชำระเงินเป็นภาษาไทย
      3.3 กรอกชื่อช่องทางการชำระเงินเป็นภาษาอังกฤษ
      3.4 กรอก Code เป็นตัวเลข 2 หลัก
      3.5 เลือก Status เป็น Active
      3.6 เลือกไฟล์รูปภาพที่ต้องการ

เสร็จแล้วกดปุ่ม Save เพื่อยืนยันการบันทึกข้อมูล

การเข้าสู่ระบบ (Sign In)

การเข้าสู่ระบบ (Sign In)

การเข้าสู่ระบบ (Login)

1. เข้าสู่เว็บไซต์ URL: https://cms.eggsmartpos.com/login

2. ใส่ Username และ Password ที่ต้องการเข้าสู่ระบบแล้วกดปุ่ม “Sign In”

การจัดการโต๊ะ (Table Management)

การจัดการโต๊ะ (Table Management)

ฟีเจอร์การจัดการโต๊ะในร้าน

ฟีเจอร์การจัดการโต๊ะเป็นฟีเจอร์ที่พัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการโต๊ะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ร้านค้าในการจัดการโต๊ะ ทั้งการแยกเมนูอาหารที่สั่งในแต่ละโต๊ะ, การย้ายโต๊ะเมื่อมีการร้องขอจากลูกค้า รวมถึงการรวมบิลแต่ละโต๊ะเข้าด้วยกันเพื่อสรุปยอดบิลไปที่โต๊ะหลักเพียงที่เดียว อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเข้าใช้งานฟีเจอร์ที่กล่าวไว้ข้างต้น ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเปิดการตั้งค่าเพื่อใช้งานฟีเจอร์การจัดการโต๊ะก่อนในครั้งแรกที่จะเข้าใช้งาน ซึ่งขั้นตอนในการจัดการโต๊ะแต่ละแบบนั้นมีขั้นตอนดังนี้

การตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ในครั้งแรก

ก่อนที่จะเริ่มต้นใช้งานการจัดการโต๊ะในครั้งแรก ผู้ใช้งานจะต้องเข้าไปเปิดฟังก์ชั่นการจัดการโต๊ะก่อน ซึ่งมีขั้นตอนในการเปิดใช้งานดังต่อไปนี้

1. เข้าสู่ เมนูตั้งค่า แล้วกดไปที่เมนู จัดการโต๊ะในร้าน
2. กดเพื่อเปิดการใช้งาน จัดการโต๊ะในร้าน
3. กดเมนู สร้างพื้นที่ใหม่ เพื่อระบุพื้นที่ของร้าน และจำนวนโต๊ะที่ร้านค้ามี

4. กรอก ชื่อพื้นที่ และ จำนวนโต๊ะ ที่ร้านมีให้บริการในส่วนพื้นที่นั้น ๆ โดยสามารถแยกพื้นที่การขายเป็นสัดส่วนในหน้า EGG POS เพื่อความรวดเร็วในการกรอกออเดอร์ เช่น ชื่อ “พื้นที่ชั้น 1” จำนวนโต๊ะบริการ 5 โต๊ะ กับ ชื่อ “พื้นที่ชั้น 2” จำนวนโต๊ะบริการ จำนวน 10 โต๊ะ เป็นต้น
5. กดปุ่ม สร้าง เพื่อยืนยันการสร้างพื้นที่

เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการสร้างพื้นที่แล้ว ระบบจะแสดงหน้าการจัดการโต๊ะ ที่หน้าเมนูหลักในการขายสินค้า ให้พร้อมกับการเริ่มขายตามรูป

ขั้นตอนการเปิดโต๊ะอาหารเพื่อสร้างออเดอร์

ขั้นตอนนี้จะเป็นการระบุโต๊ะอาหารที่ต้องการจัดการเพื่อให้ออเดอร์ที่เกิดขึ้นนั้นถูกระบุไปยังโต๊ะอาหารที่เลือกไว้ในทันที อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานยังสามารถเลือกที่จะเปิดออเดอร์โดยที่ไม่ระบุโต๊ะอาหารได้อยู่เช่นกัน

1. สำหรับการเลือกเปิดโต๊ะอาหารให้ออเดอร์ถูกใส่ไปยังโต๊ะที่เลือกไว้ให้กดเลือกไปยัง โต๊ะที่ว่างอยู่ (โต๊ะสีเทา) เพื่อเปิดการสั่งออเดอร์สำหรับโต๊ะนั้นๆ หรือ ถ้าหากต้องการสร้างออเดอร์โดยไม่ผูกอิงกับโต๊ะใดๆในร้าน ให้ท่านเลือกปุ่ม สร้างออเดอร์ใหม่ โดยไม่ต้องกดเลือกรูปโต๊ะ ซึ่งขั้นตอนการสร้างออเดอร์โดยไม่ผ่านการผูกกับโต๊ะก็จะเหมือนกับขั้นตอนการสร้างออเดอร์ตามปกติ

2. หากเลือกเปิดใช้งานการออเดอร์ผ่านโต๊ะ ขั้นตอนถัดไประบบจะให้ระบุจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้งานโต๊ะนั้นๆ หลังจากนั้นให้กดไปที่ปุ่ม สั่งอาหาร ระบบก็จะพาไปยังหน้าหลักในการขายสินค้าเพื่อกดเลือกรายการอาหารโดยอัตโนมัติ

3. เมื่อเลือกรายการอาหารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม สั่งอาหาร เพื่อยืนยันออเดอร์ของโต๊ะนั้นๆ ถ้าหากระบบ EGG POS ของท่าน ได้เชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ในครัวเอาไว้ ระบบจะพิมพ์ใบรายการอาหารไปยังเครื่องพิมพ์ในครัวให้โดยอัตโนมัติ

จะสังเกตุได้ว่าโต๊ะที่มีการสั่งอาหารไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ชำระเงินจะเปลี่ยนเป็นสีส้มดังภาพ ซึ่งเมื่อกดเลือกไปที่โต๊ะ จะแสดงเมนูย่อยที่เราสามารถ ยกเลิกโต๊ะ, สั่งเพิ่ม หรือเลือกชำระเงินได้ จากหน้าการจัดการโต๊ะตรงนี้

การย้ายโต๊ะไปยังโต๊ะใหม่

ในกรณีที่ต้องการจะย้ายโต๊ะที่เปิดไปแล้วโดยต้องการให้ออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งนั้นติดตามไปยังโต๊ะใหม่ด้วยเพื่อลดขั้นตอนในการคีย์ออเดอร์ใหม่อีกครั้ง สามารถเลือกย้ายโต๊ะได้ด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. แตะเลือกไปที่ โต๊ะ ต้นทางที่ต้องการจะย้ายรายละเอียดและออเดอร์ไป
2. แตะไปที่ปุ่ม ย้ายโต๊ะ ที่ขึ้นมาทางด้านขวามือ

3. แตะเลือกไปยัง โต๊ะปลายทาง ที่ต้องการจะย้าย (โดยที่โต๊ะปลายทางที่จะย้ายนั้นจะต้องเป็นโต๊ะสีเทา ซึ่งหมายถึงว่าโต๊ะนั้นๆยังว่างอยู่)

4. เมื่อแตะเลือกโต๊ะปลายทางเรียบร้อยแล้ว ระบบจะขึ้นหน้าต่างให้ยืนยันอีกครั้งว่าต้องการจะย้ายโต๊ะ จากต้นทาง ไปยังปลายทาง ตามที่ระบุไว้หรือไม่ ซึ่งหากต้องการย้ายให้แตะไปที่ปุ่ม ตกลง หรือหากต้องการจะเปลี่ยนแปลงโต๊ะปลายทางให้แตะไปที่ปุ่ม ยกเลิก

หลังจากแตะที่ปุ่ม ตกลง ในขั้นตอนที่ผ่านมาแล้ว ข้อมูลออเดอร์และจำนวนลูกค้าทั้งหมดของโต๊ะต้นทางเดิมจะถูกย้ายไปยังโต๊ะปลายทางที่เลือกใหม่เป็นที่เรียบร้อย เป็นอันว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนการย้ายโต๊ะ

การรวมบิลหลายโต๊ะเข้าด้วยกัน

ในกรณีที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการด้วยกัน แต่นั่งแยกกันมากกว่า 1 โต๊ะ แล้วต้องการให้คิดเงินรวมออกมาเป็นบิลเดียวกันนั้น ระบบได้มีฟีเจอร์ในการรวมบิลของทุกโต๊ะที่เลือกเข้ามาไว้ในบิลเดียวกัน เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดในการบันทึกออเดอร์และเรียกเก็บเงิน โดยมีขั้นตอนการใช้งานดังนี้

1. แตะเลือกไปที่ โต๊ะตัวหลัก ที่ต้องการให้ทุกบิลรวบรวมไว้ที่โต๊ะนี้
2. แตะไปที่ปุ่ม รวมโต๊ะ ที่ขึ้นมาทางด้านขวามือ

3. กรอบสีส้มพร้อมข้อความว่า รวมโต๊ะ : เลือกโต๊ะที่ต้องการรวม จะแสดงขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่ากำลังใช้งานฟีเจอร์การรวมโต๊ะอยู่ จากนั้นให้แตะเลือก โต๊ะอื่นๆที่ต้องการนำมารวมกับโต๊ะหลักซึ่งสามารถแตะรวมได้มากกว่า 1 โต๊ะ โดยโต๊ะที่ถูกเลือกมารวมนั้นจะมีกรอบสีเขียวปรากฎขึ้น และเมื่อเลือกโต๊ะเป้าหมายที่ต้องการจะรวมเรียบร้อยแล้ว สามารถตรวจสอบความถูกต้องของโต๊ะที่ต้องการจะรวมได้จากแถบทางด้านขวามือ
4. แตะที่ปุ่ม รวมโต๊ะ สีส้มมุมขวาล่างของหน้าจอ เพื่อรวมโต๊ะให้เป็นออเดอร์เดียวกัน แต่ถ้าต้องการยกเลิกการรวมโต๊ะแล้ว ให้กดกากบาทมุมบนขวามือของหน้าจอเพื่อยกเลิกและออกจากฟีเจอร์การรวมโต๊ะ

5. เมื่อแตะเลือก รวมโต๊ะ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระบบจะขึ้นหน้าต่างให้ยืนยันอีกครั้งว่าต้องการจะรวมโต๊ะ เพื่อรวบออเดอร์ทั้งโต๊ะทั้งหมดมาไว้ที่โต๊ะหลักโต๊ะเดียวตามที่ระบุไว้หรือไม่ ถ้าหากตรวจสอบเรียบร้อยแล้วว่าโต๊ะหลักและโต๊ะรวมนั้นถูกต้องแล้วให้แตะไปที่ปุ่ม ตกลง เพื่อยืนยันการรวมโต๊ะ หรือหากต้องการจะเปลี่ยนแปลงตำแหน่งโต๊ะที่ต้องการจะรวม หรือไม่ต้องการรวมโต๊ะเหล่านี้ ให้แตะไปที่ปุ่ม ยกเลิก

เมื่อรวมโต๊ะสำเร็จ จะสังเกตุเห็นว่าโต๊ะที่ถูกเลือกเป็นโต๊ะรองนั้นจะแสดง icon การรวมโต๊ะเล็กๆไว้ที่มุมบนขวาของโต๊ะพร้อมระบุหมายเลขของโต๊ะหลักที่เลือกเอาไว้ ซึ่งรายการอาหารและข้อมูลต่างๆ ของโต๊ะรองที่เลือกไว้ จะถูกนำมารวมไปกับข้อมูลของโต๊ะหลักทันที เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นขั้นตอนการรวมโต๊ะแล้ว

ช่องทางการขาย (Distribution Channels)

ช่องทางการขาย (Distribution Channels)

การเพิ่มช่องทางการขาย

1. เข้าสู่ เมนูตั้งค่า แล้วกดไปที่เมนู ช่องทางการขาย
2. กดปุ่ม สร้างช่องทางการขาย

หมายเหตุ : ลำดับของช่องทางการขายที่จะแสดงในหน้าขาย จะถูกเรียงตามลำดับจากหน้าการตั้งค่าตรงนี้ ถ้าหากต้องเรียงลำดับการแสดงผลใหม่ ก็สามารถกด แก้ไข (ที่มุมขวาบน) แล้วจับลากเพื่อสลับลำดับใหม่ได้ตามที่ต้องการ

3. ระบุชื่อช่องทางการขายที่ต้องการจะสร้างใหม่ จากนั้นกดปุ่ม สร้าง

การใช้งานช่องทางการขาย

1. กดเลือกไปที่เมนู ช่องทางการขาย ที่อยู่บริเวณมุมขวาบนของหน้าจอ
2. เลือกช่องทางการขายที่ต้องการ ซึ่งสามารถระบุเลขออเดอร์อ้างอิงของช่องทางนั้นได้ ด้วยการกดรูปเอกสารที่ท้ายชื่อช่องทางที่จะเลือก

3. ระบุ หมายเลขออเดอร์อ้างอิง แล้วกด ตกลง จากนั้นสามารถเลือกสินค้าและชำระเงินได้ตามปกติ

เมื่อเลือกช่องทางและชำระเงินเรียบร้อย คุณสามารถดูข้อมูลการขายของแยกแต่ละช่องทางได้จากเมนูแดชบอร์ด

การตั้งราคาตามช่องทางขาย

การตั้งราคาตามช่องทางการขาย เป็นฟีเจอร์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานเมื่อต้องการขายด้วยราคาที่ต่างกันในแต่ละช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น true food, grab food หรือช่องทางอื่นๆก็สามารถสร้างและจัดการได้อย่างง่ายดาย ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

1. แตะเลือกไปที่ Merchant Management จากนั้นให้เลือกไปที่เมนู Order Channel
2. กดปุ่ม Edit ในช่องทางที่ต้องการตั้งราคา

3. แตะเลือกไปที่ Tab “Top Up Price” ที่อยู่บริเวณด้านบนของหน้าจอ
4. ระบุส่วนต่างของ ราคา Top Up ที่ต้องการเพิ่ม ในเมนูแต่ละตัว โดยราคาที่ขายจริงจะแสดงในคอลัมม์ Selling Price

5. เมื่อปรับตั้งราคาเรียบร้อย เมื่อ login เข้า POS และ เลือกช่องทางการขายที่มีการตั้งราคาแบบ Top Up Price เอาไว้ ระบบก็จะแสดงราคาตามที่ตั้งไว้ให้ทันที

การเชื่อมต่อ TSM

การเชื่อมต่อ TSM (True Smart Merchant)

1. กดเมนู ทรู สมาร์ต เมอร์ชันต์

2. กรอก หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่ลงทะเบียนกับ ทรู สมาร์ต เมอร์ชันต์
3. กดปุ่ม ตกลง

4. เลือก ร้านค้า ที่ต้องการใช้งาน (ในกรณีที่มีร้านเดียว ระบบจะทำการข้ามหน้าเลือกร้านค้าไป)
5. กดปุ่ม ตกลง

6. กรอก รหัส OTP โดยระบบจะส่งไปยังหมายเลขที่ได้ลงทะเบียนไว้
7. กดปุ่ม ตกลง เพื่อยืนยันการเชื่อมต่อ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ เชื่อมต่อ TSM

เมื่อทำการเชื่อมต่อสำเร็จ จะสามารถใช้งานเมนูต่างๆ ของ TSM บน POS ได้

หมายเหตุ: การสลับ Application ระหว่าง TSM และ POS ทำได้โดยการกดเครื่องหมายสี่เหลี่ยมด้ายล่างหน้าจอ และ เลือก Application ที่ต้องการ

ลงเวลาทำงาน (Clock in & Clock out)

ลงเวลาทำงาน (Clock in & Clock out)

การลงเวลาเข้างาน

1. เลือกลงเวลาทำงาน ที่มุมขวามือด้านบนของหน้าจอ

2. เลือกรายชื่อที่ต้องการ ลงเวลาเข้าทำงาน

3. ใส่รหัสผ่าน 4 หลัก เพื่อยืนยันตัวตนของพนักงาน เสร็จสิ้นขั้นตอนการ “ลงเวลาทำงาน”

การลงเวลาออกงาน

1. เลือกลงเวลาทำงาน ที่มุมขวามือด้านบนของจอ

2. เลือกรายชื่อของพนักงานที่ต้องการ ลงเวลาออกงาน

3. ระบบจะแสดงระยะเวลาการเข้าทำงานของพนักงานตั้งแต่ลงเวลาเข้างาน ให้กดปุ่ม ลงเวลาออกงาน

4. ใส่รหัสผ่าน 4 หลัก เพื่อยืนยันตัวตนของพนักงาน ในการลงเวลาออกงาน

5. เสร็จสิ้นขั้นตอนการลงเวลาออกงาน ของพนักงาน

พักบิล (Hold Bill)

พักบิล (Hold Bill)

ฟีเจอร์ พักบิล ทานที่ร้าน

1. ฟีเจอร์บิล ใช้สำหรับ การตรวจสอบบิล การพักบิล , ทานที่ร้าน เพื่อให้ง่ายต่อการรันออเดอร์ หรือรันคิวโดยที่ยังค้างออเดอร์ไว้เพื่อลูกค้าท่านอื่น และลูกค้าเดิมยังไม่ได้ทำการชำระเงิน

2. เมื่อทำการเพิ่มสินค้าในออเดอร์ แต่ยังไม่ต้องการชำระเงิน ให้กดปุ่ม บันทึกบิล

3. เลือกพักบิล โดยเลขที่บิลจะสอดคล้องกับออเดอร์ที่ทำรายการ กดปุ่มยืนยัน เสร็จสิ้นขั้นตอนการพักบิล

ทานที่ร้าน

1. หากต้องการบันทึกบิลในกรณีที่ลูกค้าสั่งอาหารและนั่งรับประทานอาหาร และยังไม่ต้องการชำระเงิน ให้กดปุ่ม “บันทึกบิล”

2. ให้ทำการกดเลือก ทานที่ร้าน โดยเลขที่บิลจะสอดคล้องกับออเดอร์ ที่ทำรายการ กดปุ่มยืนยัน

3. หากต้องการบันทึกบิลในกรณีที่ลูกค้าสั่งและนั่งรับประทานอาหาร สามารถระบุชื่อลูกค้า หรือข้อมูลรายละเอียดที่ต้องการบันทึกได้

4. ทางร้านสามารถกดค้นหาข้อมูลหรือชื่อที่ได้ทำการบันทึกไว้ เพื่อทำรายการเพิ่มเติม หรือเพิ่มสินค้าของลูกค้าในบิลก่อนหน้านี้ได้

ฟีเจอร์ บิล

1. ฟีเจอร์บิล ใช้สำหรับดูข้อมูลในรายละเอียดของบิล ให้ทำการกดปุ่มบิล

2. หากมีรายการที่ร้านค้าได้ทำการพักบิลเอาไว้ จะแสดงหมายเลขบิล หรือ ชื่อบิลที่ได้ทำการพักเอาไว้

3. หากมีรายการที่ร้านค้าได้ทำการพักบิล โดยเลือกทานที่ร้าน จะแสดงหมายเลยบิล หรือ ชื่อบิลที่ได้ทำการพักเอาไว้