WeOmni

การใช้งาน, แก้ไข Terminal และ UUID

การใช้งาน, แก้ไข Terminal และ UUID

UUID คือรหัสเฉพาะของอุปกรณ์เครื่อง POS หรือ tablet แต่ละเครื่อง (คล้ายกับหมายเลขซีเรียล) โดยในระบบ EGG POS 1 terminal จะสามารถใช้ได้กับแค่ 1 เครื่องเท่านั้น

เมื่อ login ผ่านอุปกรณ์ใดๆในครั้งแรก ระบบจะแสดง Terminal ที่ยังไม่ถูกผูก UUID ให้ผู้ใช้งานเลือก Terminal ที่ต้องการใช้งานกับอุปกรณ์เครื่องนี้ ถ้าหากร้านค้ามี Terminal ที่ยังไม่มี UUID ผูกอยู่เพียง terminal เดียว ระบบจะทำการเลือกให้โดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

  • 1 อุปกรณ์ (1 UUID) สามารถใช้งานได้กับ 1 terminal ของร้านเท่านั้น
  • เมื่อทำการผูก terminal เข้ากับ อุปกรณ์ใดๆแล้ว จะต้องใช้งานระบบผ่านอุปกรณ์นั้นเสมอ (หากต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ใช้งาน จะต้องเข้าไปแก้ไขที่ website https://cms.eggsmartpos.com/ )
  • หากต้องการเพิ่ม อุปกรณ์ และ terminal ในการใช้งาน สามารถติดต่อ 02-020-2364

                                 

การแก้ไข Terminal

   1. ไปยัง website https://cms.eggsmartpos.com/

   2.  เลือกเมนู Merchant Management

   3.  เลือกเมนูย่อย Terminal

   4.  กดปุ่ม edit ใน terminal ที่ต้องการแก้ไข UUID

  5. กดปุ่มถังขยะเพื่อลบ UUID ให้เป็นค่าว่าง และ ทำการบันทึกค่า

  6. Login เข้าสู่ Application Egg POS และเลือก Terminal ที่ต้องการใช้งานกับอุปกรณ์เครื่องนี้ โดยหากร้านค้ามี Terminal ที่ยังไม่มี UUID ผูกอยู่เพียง terminal เดียว ระบบจะทำการเลือกให้โดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

  • 1 อุปกรณ์ (1 uuid) สามารถใช้งานได้กับ 1 terminal ของร้านเท่านั้น
  • เมื่อทำการผูก terminal เข้ากับ อุปกรณ์ใดๆแล้ว จะต้องใช้งานระบบผ่านอุปกรณ์นั้นเสมอ
  • หากต้องการเพิ่ม อุปกรณ์ และ terminal ในการใช้งาน สามารถติดต่อ 02-020-2364

การตั้งค่าเครื่องพิมพ์กระดาษครัว

การตั้งค่าการพิมพ์ สำหรับส่ง Order กระดาษไปยังครัว

การตั้งค่าการพิมพ์กระดาษครัว เป็นฟีเจอร์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานในร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านประเภททานก่อนจ่ายทีหลัง หรือ จ่ายก่อนได้รับอาหาร ก็สามารถเลือกตั้งค่าการพิมพ์กระดาษออเดอร์ครัวได้ตามความเหมาะสมของร้านตนเอง 

 

  1. ที่เมนูตั้งค่า -> เครื่องพิมพ์ กดเลือกเมนู ตั้งค่าการพิมพ์กระดาษครัว
  2. เลือกรูปแบบการพิมพ์ที่ต้องการ
    2.1 พิมพ์เมื่อกดสั่งอาหารเท่านั้น คือ เมื่อกดสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว รายการออเดอร์จะถูกส่งไปยังเครื่องพิมพ์ในครัวทันที โดยไม่ต้องรอขั้นตอนการชำระเงิน 
    2.2 พิมพ์เมื่อกดสั่งอาหาร และ เมื่อพิมพ์ใบเสร็จ คือ เมื่อลูกค้าสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว รวมถึงผ่านขั้นตอนการชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว ระบบจึงจะส่งรายการออเดอร์ดังกล่าวไปยังเครื่องพิมพ์ในครัวโดยอัตโนมัติ

การออกจากระบบ (Sign Out)

การออกจากระบบ (Sign Out)

การออกจากระบบ (Sign Out)

1. กดบริเวณที่ชื่อของ Admin มุมบนด้านขวา

2. แล้วกดปุ่ม “Sign out” เพื่อออกจากระบบ

การจัดการพนักงาน (Staff Management)

การจัดการพนักงาน (Staff Management)

การจัดการพนักงาน (Staff Management)

1. เลือกเมนู Staff Management แล้วเลือกเมนูย่อย Staffs

2. กดปุ่ม Create Staff เพื่อสร้างพนักงาน

3. กรอกข้อมูลพนักงานให้ครบ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

4. Create Staff สำเร็จ

การใช้งาน E-Journal

การใช้งาน E-Journal

การใช้งาน E-Journal

1. เลือกเมนู E-Journal แล้วเลือกเมนูย่อย Sale Report

2. Download : กดปุ่ม Download Report ที่ต้องการออกมาเป็นไฟล์ PDF ได้

3. ตัวอย่าง Report

การนำเข้าไฟล์ (Import Files)

การนำเข้าไฟล์ (Import Files)

การนำเข้าไฟล์ (Import Files)

สาขา (Outlets)

1. เลือกเมนู Import Files แล้วเลือกเมนูย่อย Outlets

2. กดปุ่ม Sample Excel ดาวน์โหลดไฟล์มาดูเป็นตัวอย่างได้ เพื่อทำไฟล์ข้อมูลร้านค้า

3. ขั้นตอนการนำเข้าข้อมูลร้านค้า
     3.1 กดปุ่ม Choose File เพื่ออัปโหลดไฟล์ข้อมูลร้านค้า
     3.2 เลือก Brand

เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึกข้อมูล

สินค้า (Master Products)

1. เลือกเมนู Import Files แล้วเลือกเมนูย่อย Master Products

2. กดปุ่ม Import Master Products เพื่อนำเข้าข้อมูลสินค้า

3. กดปุ่ม Sample Excel ดาวน์โหลดไฟล์มาดูเป็นตัวอย่างได้ เพื่อทำไฟล์ข้อมูลสินค้า

4. ขั้นตอนการนำเข้าข้อมูลสินค้า
     4.1 กดปุ่ม Choose File เพื่ออัปโหลดไฟล์ข้อมูลสินค้า
     4.2 เลือก Brand
     4.3 เลือก Outlets
     4.4 เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึกข้อมูล

5. เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันข้อมูล

 

รายการการนำเข้าสินค้า (Master Product Import Lists)

1. เลือกเมนู Import Files แล้วเลือกเมนูย่อย Master Product Import Lists

2. Master Product Import Lists : จะแสดงรายการการนำเข้าสินค้าทั้งหมด

ส่วนประกอบ (BOM Ingredients)

1. เลือกเมนู Import Files แล้วเลือกเมนูย่อย Bom Ingredients

2. กดปุ่ม Sample Excel ดาวน์โหลดไฟล์มาดูเป็นตัวอย่างได้ เพื่อทำไฟล์ข้อมูลส่วนประกอบ

3. ตัวอย่างไฟล์ข้อมูลส่วนประกอบ
     • product_code คือ สินค้าที่เราต้องการเอามาทำผูก BOM
     • type คือ ประเภทของสินค้าที่จะเอานำมาผูก BOM
     • ingredient_code คือ code item ของวัตถุดิบที่เราจะนำมาผูกกับสินค้าตัวนั้นๆ
     • name คือ ชื่อของวัตถุดิบ
     • quantity คือ จำนวนของวัตถุดิบที่จะผูกเข้าไป
     • unit_name คือ หน่วยที่จะใช้สำหรับปรุงวัตถุดิบ
     • cost คือ ต้นทุน

4. ขั้นตอนการนำเข้าข้อมูลส่วนประกอบ
     4.1 กดปุ่ม Choose File เพื่ออัปโหลดไฟล์ข้อมูลส่วนประกอบ
     4.2 เลือก Brand
     4.3 เลือก Outlets

เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึกข้อมูล

 

คลังสินค้า (Stock)

1. เลือกเมนู Import Files แล้วเลือกเมนูย่อย Stock

2. กดปุ่ม Sample Excel ดาวน์โหลดไฟล์มาดูเป็นตัวอย่างได้ เพื่อทำไฟล์ข้อมูลคลังสินค้า

3. ขั้นตอนการนำเข้าข้อมูลคลังสินค้า
     3.1 กดปุ่ม Choose File เพื่ออัปโหลดไฟล์ข้อมูลคลังสินค้า
     3.2 เลือก Brand
     3.3 เลือก Outlets
     3.4 เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึกข้อมูล

4. เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันข้อมูล

 

ป้ายกำกับ (Tags)

1. เลือกเมนู Import Files แล้วเลือกเมนูย่อย Tags

2. กดปุ่ม Import Tags เพื่อนำเข้าป้ายกำกับ

3. กดปุ่ม Sample Excel ดาวน์โหลดไฟล์มาดูเป็นตัวอย่างได้ เพื่อทำไฟล์ข้อมูลป้ายกำกับ

4. ขั้นตอนการนำเข้าข้อมูลป้ายกำกับ
     4.1 กดปุ่ม Choose File เพื่ออัปโหลดไฟล์ข้อมูลป้ายกำกับ
     4.2 เลือก Brand
     4.3 เลือก Outlets
     4.4 เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึกข้อมูล

5. เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันข้อมูล

 

พนักงาน (Staffs)

1. เลือกเมนู Import Files แล้วเลือกเมนูย่อย Staffs

2. กดปุ่ม Sample Excel ดาวน์โหลดไฟล์มาดูเป็นตัวอย่างได้ เพื่อทำไฟล์ข้อมูลพนักงาน

3. ขั้นตอนการนำเข้าข้อมูลพนักงาน
     3.1 กดปุ่ม Choose File เพื่ออัปโหลดไฟล์ข้อมูลพนักงาน
     3.2 เลือก Brand
     3.3 เสร็จแล้วกดปุ่มบันทึกข้อมูล

 

บันทึกประวัติ (History Log)

1. เลือกเมนู Import Files แล้วเลือกเมนูย่อย History Log

2. History Logs : แสดงบันทึกประวัติการนำเข้าไฟล์

รายงาน (Report Management)

รายงาน (Report Management)

รายงาน (Report)

1. เลือกเมนู Report Management แล้วเลือกเมนูย่อย Report

2.  Settlement Report : แสดงการชำระเงินเกี่ยวกับสินค้าที่ขายได้ทั้งหมด
   Item Sale Report : แสดงสินค้าทั้งหมดที่ขายได้
   Order Transactions : แสดงว่า 1 ออเดอร์ ขายสินค้าอะไรได้บ้าง
   Stock Movement Report : แสดงความเคลื่อนไหวของคลังสินค้า
   Tender Report : แสดงช่องทางการขาย

3. ตัวอย่าง : ขั้นตอนวิธีการสร้าง Report เช่น ต้องการจะดึง Report Order Transactions
     3.1 กดปุ่มเลือก Report ที่ต้องการ (Order Transactions)

     3.2 Date : เลือกช่วงเวลาที่ต้องการดู Report เสร็จแล้วกดปุ่ม Apply

     3.3 Shop : เลือก Shop ที่ต้องการดู Report เสร็จแล้วกดปุ่ม Export

4. ตัวอย่าง : ขั้นตอนวิธีการสร้าง Report เช่น ต้องการจะดึง Tender Report
     4.1 กดปุ่มเลือก Report ที่ต้องการ (Tender Report)

     4.2 Date : เลือกช่วงเวลาที่ต้องการดู Report เสร็จแล้วกดปุ่ม Apply


     4.3 Tender : เลือก Tender ที่ต้องการ

     4.4 Shop : เลือก Shop ที่ต้องการดู Report เสร็จแล้วกดปุ่ม Export

การจัดการเงินสด (Cash Management)

การจัดการเงินสด (Cash Management)

การจัดการเงินสด (Cash Management)

1. เลือกเมนู Cash Management

2. “Cash Management” แสดงให้เห็นการเปิดกะ (เปิดร้าน) และการปิดกะ (ปิดร้าน)

3. “Start Date Time” แสดงให้เห็น วัน-เวลา เริ่มเปิดกะ (เปิดร้าน)

4. “End Date Time” แสดงให้เห็น วัน-เวลา ปิดกะ (ปิดร้าน)

5. “Terminal No.” แสดงให้เห็นจำนวน Terminal ของ POS (เอาไว้ใช้สำหรับกรณีที่ 1 ร้าน มีมากกว่า 1 POS)

6. “Starting Cash” แสดงให้เห็นจำนวนเงินเริ่มต้น เพื่อดูเงินตั้งต้นที่เตรียมไว้ในลิ้นชักตอนก่อนเปิดร้านได้ เช่น เงินทอนที่ทางร้านเตรียมไว้ก่อนร้านเปิดขาย

7. “Actual Cash” แสดงให้เห็นจำนวนเงินเมื่อมีลูกค้าเข้ามาซื้อของเพิ่มแล้ว เป็นจำนวนเงินจริงๆที่ร้านมีอยู่ทั้งหมด

8. “History Session Report” แสดงให้เห็นรายละเอียดทั้งหมดในเมนู Cash Management

การจัดการสินค้า (Product Management)

การจัดการสินค้า (Product Management)

การจัดการสินค้า (Product Management)

การจัดการสินค้าในร้านค้าผ่าน Back Office สามารถทำได้โดยมีหมวดหมู่ย่อย ดังนี้

     • Product Categories หมวดหมู่สินค้า
     • Products สินค้า
     • Product Images รูปภาพสินค้า
     • Set Menu การจัดเมนูที่ประกอบด้วยสินค้ามากกว่าหนึ่งสินค้าในหนึ่งเมนู
     • Set Categories หมวดหมู่ของเซต
     • Shelves ชั้นวางสินค้า
     • Topping Groups กลุ่มของเมนูเสริม
     • Topping เมนูเสริม
     • Ingredient Categories กลุ่มของส่วนประกอบ
     • Ingredients ส่วนประกอบ
     • Units หน่วย

 

หมวดหมู่สินค้า (Product Categories)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Product Categories

2. กด Create Product Categories เพื่อสร้างประเภทของสินค้า

3. กรอกข้อมูลชื่อประเภทของสินค้า , เลือกสถานะเป็น Active และกรอก Ranking เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

สินค้า (Product)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Product

2. กด Create Product เพื่อกรอกข้อมูลของสินค้า

3. กด Product แล้วกรอกข้อมูลของสินค้าให้ครบ
     3.1 กรอกชื่อของสินค้า
     3.2 เลือกประเภทหมวดหมู่ของสินค้า
     3.3 เลือกสถานะเป็น Active
     3.4 กรอก Ranking

4. กดเลือก Inventory แล้วกด Create Inventory เพื่อสร้างส่วนประกอบของสินค้า

5. กรอกข้อมูลส่วนประกอบของสินค้าให้ครบ เสร็จแล้วกดปุ่ม Add Inventory
     5.1 ขนาด คือ ไซส์ของสินค้า ตัวอย่างเช่น เล็ก กลาง ใหญ่ เป็นต้น
     5.2 ราคา คือ ราคาขายของสินค้านั้นๆ
     5.3 Item Code คือ รหัสของสินค้า
     5.4 หน่วย คือ หน่วยของสินค้านั้นๆ ตัวอย่างเช่น จาน ชิ้น แก้ว เป็นต้น
     5.5 Quantity คือ จำนวนของสินค้า

6. กดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

รูปภาพสินค้า (Product Images)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Product Images

2. เลือก Brand , เลือก Outlets และ Upload ไฟล์รูปภาพสินค้า เสร็จแล้วกดปุ่ม Submit เพื่อยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

เซ็ทเมนู (Set Menu)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Set Menu

2. Set Menu : แสดงเซตของเมนูสินค้าที่มีสินค้ามากกว่าหนึ่งชิ้นมาอยู่ในเมนูเดียวกัน

 

หมวดหมู่ของเซ็ท (Set Categories)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Set Categories

2. กดปุ่ม Create Set Categories เพื่อสร้างหมวดหมู่ของเซต

3. ขั้นตอนการสร้างหมวดหมู่ของเซต
     3.1 กรอกชื่อหมวดหมูของเซต
     3.2 เลือกสถานะเป็น Active
     3.3 เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

ชั้นวางสินค้า (Shelves)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Shelves เพื่อจัดเมนูการแสดงสินค้า

2. ตั้งชื่อ Shelf แล้วกดเครื่องหมาย + เพื่อเลือกสินค้ามาใส่ Shelf

3. เลือกสินค้ามาใส่ Shelf เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

4. กดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูลเพื่อบันทึกรายการสินค้า

 

กลุ่มของเมนูเสริม (Topping Groups)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Topping Groups

2. กด Create Topping Group เพื่อสร้างกลุ่มของเมนูเสริม

3. กรอกชื่อกลุ่มของเมนูเสริม เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

เมนูเสริม (Toppings)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Toppings

2. กด Create Topping เพื่อสร้างเมนูเสริม

3. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับเมนูเสริมให้ครบ
     3.1 Item Code คือ รหัสของเมนูเสริม
     3.2 Name คือ ชื่อของเมนูเสริม
     3.3 Short Name คือ ชื่อย่อของเมนูเสริม
     3.4 Topping Group คือ ประเภทหมวดหมู่ของเมนูเสริม
     3.5 Price คือ ราคาของเมนูเสริม
     3.6 Unit คือ หน่วยของเมนูเสริม
     3.7 Quantity คือ ปริมาณของเมนูเสริม
     3.8 Cost คือ ราคาต้นทุนของเมนูเสริม

4. เมื่อกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเมนูเสริมครบแล้ว กดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

กลุ่มของส่วนประกอบ (Ingredient Categories)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Ingredient Categories

2. กด Create Ingredient Category เพื่อสร้างกลุ่มของส่วนประกอบ

3. กรอกข้อมูลกลุ่มของส่วนประกอบให้ครบ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

 

ส่วนประกอบ (Ingredients)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Ingredients

2. กด Create Ingredient เพื่อสร้างส่วนประกอบ

3. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบให้ครบ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล
     3.1 Name คือ ชื่อของส่วนประกอบ
     3.2 Category คือ ประเภทหมวดหมู่ของส่วนประกอบ
     3.3 Unit คือ หน่วยของส่วนประกอบ
     3.4 Code คือ รหัสของส่วนประกอบ
     3.5 Quantity คือ ปริมาณของส่วนประกอบ
     3.6 Cost คือ ราคาต้นทุนของส่วนประกอบ

 

หน่วย (Units)

1. เลือกเมนู Product Management แล้วเลือกเมนูย่อย Units

2. กด Create Unit เพื่อสร้างหน่วยใหม่

3. กรอกชื่อหน่วยที่ต้องการจะสร้างขึ้นมาใหม่ เสร็จแล้วกดปุ่มยืนยันการบันทึกข้อมูล

รายการออเดอร์ (Order Transactions)

รายการออเดอร์ (Order Transactions)

รายการออเดอร์ (Order Transactions)

1. เลือกเมนู Order Transactions

2. “Order Transactions” เป็นเมนูที่แสดงให้เห็นรายการออเดอร์ที่เกิดขึ้นในระบบ โดยมีสถานะทั้ง Success (สำเร็จ) และ Fail (ไม่สำเร็จ)

3. “ช่องทางการชำระเงิน” แสดงให้เห็นว่ามีการชำระเงินมาทางช่องทางไหนบ้าง

4. “สถานะการชำระเงิน” แสดงให้เห็นสถานะการชำระเงินว่าสำเร็จหรือไม่ ตัดตามระบบได้หรือไม่

5. “สถานะการสั่งซื้อ” แสดงให้เห็นว่าออเดอร์นี้ Success (สำเร็จ) หรือไม่

6. กดหมายเลขใบสั่งซื้อที่ต้องการดูรายละเอียดออเดอร์ เพื่อดูรายละเอียดของออเดอร์ทั้งหมด

7. Orders Management แสดงรายละเอียดของ ออเดอร์ทั้งหมด

8. ขั้นตอนการ Export Excel รายการออเดอร์ที่ต้องการดู

8.1 เลือกวันที่สั่งซื้อ

8.2 เสร็จแล้วกดปุ่ม Apply

8.3 กดปุ่ม Export Excel เพื่อ Export รายการออเดอร์ที่ต้องการดู